Bumrungrad International Hospital
บำรุงราษฎร ประสาท ศูนย
โรคระบบ
Introduction
นักเขียนชื่อดัง สตีเฟน คิง ไดกลาวไววา “The brain is a muscle that can move the world”
เพื่อเปรียบเทียบใหเห็นถึงความสำคัญและศักยภาพอันยิ่งใหญของสมองมนุษย สมองหรือระบบประสาท มีหนาที่ควบคุมและประสานการทำงานของรางก ายทุกระบบ ตั้งแตการเคลื่อนไหว พฤติกรรม การเรียนรู อารมณความรูสึกไปจนถึงภาวะสมดุลของรางกาย เชน การเตนของหัวใจและอุณหภูมิรางกาย ดังนั้นหาก ระบบประสาทเกิดโรคหรือไดรับอุบัติเหตุ อาจทำใหเกิดปญหาที่รายแรงถาวรและถึงขั้นเปนอันตรายตอชีวิตได เพราะระบบประสาทมีความซับซอนอยางมาก จึงจำเปนตองใชบุคลากรทางการแพทยที่มีประสบการณและความชำนาญสูงในการดูแลรักษา ศูนยโรคระบบประสาท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร ประกอบดวยทีมแพทยเฉพาะทาง ดานระบบประสาทครบทุกสาขาและทีมสหสาขาวิชาชีพที่มีประสบการณ และความชำนาญในการดูแลผูปวยโรคทางระบบประสาทที่รายแรงและซับซอน เราดูแลผูปวยแบบเฉพาะบุคคล ดวยการใชวิธีการรักษาที่ดีแ ละเหมาะสมที่สุด สำหรับผู ปวยแตละราย โดยอิงจากความรูและประสบการณที่สั่งสมมาอยางยาวนาน (Evidence based best practice) พรอมดวยเทคโนโลยี และอุปกรณทางการแพทยที่ทันสมัย ทำใหผูปวยและครอบครัววางใจไ ด ในความพรอม ความถูกตองแมนยำในการวินิจฉัยและรักษาโรค รวมถึงการรับมือผูปวยในภาวะฉุกเฉินที่มีความซับซอนไดอยางทันทวงที
สัญญาณเตือน โรคทางระบบประสาท
01
02
03
04
ความรูสึกตัว มีความผิดปกติ สับสน
ปวดศีรษะ เรื้อรัง
แขนขาครึ่งซีกของ รางกายออนแรง เฉียบพลัน
ปวดศีรษะแบบที่ ไมเคยเปนมากอน โดยเฉียบพลัน
05
06
07
ชักเกร็ง
มองเห็นภาพซอน มองเห็นภาพครึ่งเดียว ตาบอดหนึ่งหรือสองขาง
สูญเสีย การทรงตัว
08
09
10
11
พูดไม ชัด พูดไม ออก
มีปญหา ดานภาษา
บุคลิกภาพ พฤติกรรม เปลี่ยนแปลงไป
มีปญหา การเคลื่อนไหว เชน การเดิน
12
13
ความจำเสื่อม หลงลืม
อารมณ เปลี่ยนแปลงไป
โรคและภาวะ ที่เกี่ยวของกับ ระบบประสาท
01
02
03
04
ภาวะเลือดออกใน เยื่อหุมสมอง (intracranial or subarachnoid hemorrhage)
โรคหลอดเลือด สมองผิดปกติ (cerebrovascular malformations)
โรคเสนเลือด สมองโปงพอง (cerebral aneurysm)
โรคหลอดเลือด สมองตีบและแตก (acute ischemic stroke)
05
06
07
เนื้องอกในสมอง (brain tumors)
การบาดเจ็บ กระดูกสันหลังเฉียบพลัน (acute spine cord injury)
ภาวะบาดเจ็บสมอง (traumatic brain injury)
08
09
10
11
ภาวะโพรง สมองคั่งน้ำ (hydrocephalus)
ความผิดปกติตางๆ ทางสมอง (encephalopathy)
โรคสมองเสื่อม (dementia)
โรคพารกินสัน (parkinson’s disease)
การรักษา
02 03 04
01
การผ าตัด
การใหคำปรึกษา และการบำบัดทาง ความคิดและพฤติกรรม (counseling and cognitive behavior therapy)
การใชยา
การปรับ เรื่องอาหาร การออกกำลังกาย และการจัดการ กับความเครียด
06 07
05
การรักษาดวย วิธีรังสีรวมรักษา
กายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด หรือการแกไขการพูด (physical,
การใหยามุงเปา (targeted therapy) หรือยากระตุนภูมิคุมกัน (immunotherapy)
occupational or speech therapy)
โรค หลอดเลือด สมองตีบและแตก ภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงเนื่องจากหลอดเลือดตีบ หลอดเลือดอุดตัน หรือหลอดเลือดแตก สงผลใหเนื้อเยื่อในสมองถูกทำลาย การทำงานของสมองหยุดชะงัก
แนวทางการรักษา
ขึ้นอยูกับสาเหตุวาเปนโรคหลอดเลือดสมองตีบหรือหลอดเลือดสมองแตก โดยมีแนวทางการรักษาดังนี้
หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน มีหลายวิธี บางกรณีแพทย อาจใหยาละลายลิ่มเลือด
หลอดเลือดสมองปริแตก หรือฉีกขาด แพทยอาจทำ การผาตัดเพื่อปองกัน ความเสียหายตอสมอง ที่อาจเกิดขึ้น
01
02
การปองกัน
ควบคุมปจจัยเสี่ยงที่ทำใหเกิดหลอดเลือดตีบ อุดตันหรือแตก เชน โรคเบาหวาน
ตรวจสุขภาพประจำป เพื่อคนหาปจจัยเสี่ยง
ไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่ หรือขาดการออกกำลังกาย
ไมรับประทานอาหารที่เค็ม หวาน มัน
ในกรณีพบวามีปจจัยเสี่ยงใหรักษาและ รับประทานยาอยางสม่ำเสมอตามแผนการรักษา ของแพทยและพบแพทยทันทีที่มีอาการผิดปกติ
ควบคุมระดับความดันโลหิต ระดับคอเลสเตอรอลและน้ำตาล ในเลือดใหอยูในเกณฑปกติ
ออกกำลังกายอยางสม่ำเสมอ อยางนอย 30 นาทีตอวัน 3 ครั้งตอสัปดาห งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล
ภาวะ เลือดออก ในเยื่อหุมสมอง จัดเปนกลุมหนึ่งของโรคหลอดเลือดสมอง และเปนสาเหตุสำคัญอันดับสอง ของโรคหลอดเลือดสมองทั้งหมด สาเหตุหลักเกิดจากความเสื่อมของหลอดเลือดสมอง ทำใหหลอดเลือดแตกและสมองเกิดความเสียหาย เปนสาเหตุของการเกิดทุพพลภาพ
แนวทางการรักษา
การรักษาภาวะเลือดออกในสมองขึ้นกับบริเวณที่มีเลือดออก และสาเหตุของ การเกิดเลือดออก โดยทั่วไปการเกิดเลือดออกบริเวณที่แตกตางกันนั้น วิธีการรักษาอาจไมใชแนวทางเดียวกัน ขึ้นกั บสาเหตุของการเกิดเลือดออก
การปองกัน
สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดเลือดออกในสมองไดดวยวิธีการดังนี้
03
01
ตรวจสุขภาพประจำป เพื่อคัดกรองโรคและ จัดการหรือรักษา ปจจัยเสี่ยงตางๆ ที่อาจทำใหเกิดโรค
ควบคุมระดับความดันโลหิต ระดับคอเลสเตอรอลและ น้ำตาลในเลือดใหอยูใน เกณฑ ปกติ
02
รับประทานอาหารใหครบถวน และสมดุล หลีกเลี่ยงอาหาร ที่มีเกลือ น้ำตาล และไขมัน มากเกินไป
05
ปรึกษาแพทย เมื่อมีอาการผิดปกติ
04
งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยง เครื่องดื่มแอลกอฮอล
โรคหลอดเลือด สมองโปงพอง เกิดจากความผิดปกติของผนังหลอดเลือดในสมองบางตำแหนงมีลักษณะบางกวาบริเวณอื่น เมื่อตองรับมือกับความดันในหลอดเลือดอยูเรื่อยๆ อาจสงผลใหบริเวณที่บางนั้นโปงพอง เปนกระเปาะและอาจแตกออกสงผลรายแรงตอสมองในเวลาใดเวลาหนึ่ง
แนวทางการรักษา
การรักษาโรคหลอดเลือดสมองโปงพอง สามารถทำไดหลายวิธี เชน การผาตัดหาตำแหนงที่หลอดเลือดโปงพองแลวใชคลิปหนีบ หรือการใชทอสอดเขาไป ทางหลอดเลือดใหญที่ขาไปยังตำแหนงที่โปงพองและใสขดลวดอุดตรงตำแหนงนั้นๆ ไว ทั้งสองวิธีมีหลักการคลายกันคือการปดผนังหลอดเลือดบริเวณที่ออนแอไมใหขยายขนาด จนแตกออกและเปนอันตราย โดยแพทยจะพิจารณาวิธีการรักษาที่เหมาะสม กับผูปวยแตละราย นอกจากนี้แพทยยั งอาจรักษาดวยวิธีการอื่นๆ รวมดวย เพื่อควบคุมอาการและลดภาวะแทรกซอน เชน การใหยากันชัก กายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด การใสสายระบายน้ำในโพรงสมองสูชองทอง ( shunt)
สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองโปงพองไดดวยวิธีการดังนี้ การปองกัน
01
02
03
ตรวจสุขภาพประจำป เพื่อคัดกรองโรคและ จัดการหรือรักษา ปจจัยเสี่ยงตางๆ ที่อาจทำใหเกิดโรค
ควบคุมระดับ ความดันโลหิต
รับประทานอาหาร ใหครบถวนและสมดุล หลีกเลี่ยงอาหาร ที่มีเกลือ น้ำตาล และไขมันมากเกินไป
ระดับคอเลสเตอรอล และน้ำตาลในเลือด ใหอยูในเกณฑปกติ
05 ปรึกษาแพทย เมื่อมีอาการ ผิดปกติ
04
งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยง เครื่องดื่มแอลกอฮอล
โรคหลอดเลือด สมองผิดปกติ เกิดจากการเชื่อมตอระหวางหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำในสมอง หรือไขสันหลังที่ผิดปกติ
แนวทางการรักษา
01
02
03
การรักษาดวยรังสีศัลยกรรม (stereotactic radiosurgery) เปนการฉายรังสีรักษาพลังงานสูง เพื่อทำลายหลอดเลือดที่ผิดปกติ (stereotactic radiosurgery)
การรักษาดวยการ อุดเสนเลือด (endovascular embolization)
การผาตัดเพื่อนำหลอดเลือด ที่ผิดปกติออก (surgical removal)
การปองกัน
เปนโรคที่ไมสามารถปองกันไดเพราะยังไมทราบสาเหตุที่ชัดเจน สวนใหญมักเปนแตกำเนิด แตสามารถลดความเสี่ยงการกำเริบของโรคไดดวยวิธีการดังนี้
01
02
03
หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรม ที่เพิ่มความดันโลหิต เชน ยกของหนัก
หลีกเลี่ยงการรับประทาน ยาตานการแข็งตัวของเลือด เชน warfarin
ปรึกษาแพทยเมื่อมี อาการผิดปกติ
การบาดเจ็บ กระดูกสันหลังเฉียบพลัน
เกิดจากอาการบาดเจ็บที่สรางความบอบช้ำ การฉีกขาดบางสวน หรือการฉีกขาดทั้งหมดของไขสันหลัง เปนสาเหตุของความพิการ ถาวรหรือการเสียชีวิตที่พบไดบอย
การบาดเจ็บกระดูกสันหลังเฉียบพลันตองไดรับการดูแลในสถานที่ที่เกิดอุบัติเหตุ หรือไดรับบาดเจ็บโดยทันที โดยทำใหศีรษะและลำคออยูนิ่งๆ เพื่อปองกันการ เคลื่อนไหว วิธีการรักษาขึ้นอยูกับปจจัยหลายอยาง เชน อายุ ความรุนแรงและ ประเภทของการบาดเจ็บ โดยทำไดดวยวิธีดังนี้ แนวทางการรักษา
01
02
03
04
05 การใหอาหาร ทางสายยาง
เครื่องช วย หายใจ
การใชยา
การใสสายสวน ปสสาวะ
การผ าตัด
การปองกัน เปนโรคที่ไมสามารถปองกันไดเพราะยังไมทราบสาเหตุที่ชัดเจน สวนใหญมักเปนแตกำเนิด แตสามารถลดความเสี่ยงการกำเริบของโรคไดดวยวิธีการดังนี้
02
03 04
01
ระมัดระวัง การพลัดตกหกลม
คาดเข็มขัดนิรภัย ขณะขับรถ
สวมหมวกนิรภัยขณะเลนกีฬา หรือทำกิจกรรมที่อาจทำให เกิดการบาดเจ็บของศีรษะ เชน ขี่จักรยาน ขี่มอเตอรไซค
เนื้องอกในสมอง เกิดจาก เซลลที่เจริญเติบโตอยางผิดปก ติในสมอง สามารถเกิดขึ้นไดทุกสวนของสมอง ซึ่งอาจเกิดจากมะเร็งหรือเปนเนื้องอกธรรมดา
แนวทางการรักษา
แพทยจะพิจารณาเลือกแนวทางการรักษาโดยพิจารณาจากหลายปจจัย อาทิ อาการของผูปวย ตำแหนงของเนื้องอก และขนาดของเนื้องอก
01
03
การฉายรังสี
ติดตามอาการ หากเนื้องอก ไมไดทำใหเกิดอาการและ มีขนาดเล็กมาก อยูใน ตำแหนงของสมองที่ไมได ทำใหเกิดการสูญเสียการ ทำงานของรางกาย การผ าตัด
การใหเคมีบำบัด
04
การใหยามุงเปา (targeted therapy) หรือยากระตุนภูมิคุมกัน (immunotherapy)
05
02
เปนโรคที่ไมสามารถปองกันไดเพราะยังไมทราบสาเหตุที่ชัดเจน อาจเกิดจากกรรมพันธุหรือสภาพแวดลอมหรือทั้งคูประกอบกัน แตอาจลดความเสี่ยงของโรคไดดังนี้ การปองกัน
02
01
ตรวจสุขภาพประจำปเพื่อคัดกรองโรค และจัดการหรือรักษาปจจัยเสี่ยงตางๆ ที่อาจทำใหเกิดโรค
หลีกเลี่ยงการโดนรังสี เชน รังสี UV แสงเอกซเรยและแสงแกมมา
ภาวะบาดเจ็บสมอง มักเกิดจากการที่ศีรษะหรือรางกายถูกตีหรือถูกกระแทกอยางรุนแรง วัตถุที่ทะลุเขาไปในเนื้อเยื่ อสมอง เชน กระสุนปนหรือชิ้นสวนกะโหลกที่แ ตก สามารถทำใหสมองบาดเจ็บไดเชนกัน การบาดเจ็บสมองเพียงเล็กนอย อาจมีผลกระทบกับเซลลสมองชั่วคราว แตการบาดเจ็บที่รุนแรงอาจทำให เกิดภาวะแทรกซอนในระยะยาวหรือเสียชีวิตได
แนวทางการรักษา
แพทยจะพิจารณาเลือกแนวทางการรักษา โดยวินิจฉัยจากอาการวา นอย ปานกลาง หรือรุนแรง โดยมีวิธีการรักษา เชน
01
02
หากมีอาการปานกลางหรือรุนแรง แพทยอาจ ใหยากันชักเพื่อปองกันสมองเสียหายเพิ่มเติม บางครั้งแพทยอาจใชยาเพื่อทำใหผูปวยอยูใน อาการโคมาชั่วคราว เพื่อใหสมองตองการ ออกซิเจนนอยลงในการทำงาน และให ยาขับปสสาวะ
หากอาการไมมาก แพทยอาจ ใหพักผอนและรับประทานยา แกปวดศีรษะ รวมถึงติดตาม อาการอยางใกลชิดที่บาน
03
การผาตัด เชน การผาตัด ซอมแซมกะโหลกศีรษะ การผาตัดหยุดเลือด
04 การฟ¡นฟู เชน กายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด และการแกไขการพูด
การปองกัน
02
01
ปองกันการพลัดตกหกลม เชน มีราวจับในหองน้ำ มีพรมกันลื่น ติดไฟใหสวางแ ละไมมีของวางเกะกะ บริเวณบันไดบาน
ตรวจสายตาทุกป อยางสม่ำเสมอ
03
04
ปองกันไมใหเด็กปนปายบันได ระเบียงบาน ดวยการทำประตูกั้น หรือราวกั้น
ออกกำลังกายเพื่อให กลามเนื้อแข็งแรง ปองกันการลม
ความผิดปกติตางๆ ทางสมอง โรคหรือความเสียหายที่มีผลกระทบตอโครงสรางและ/หรือการทำงานของสมอง เกิดขึ้นเมื่อการทำงานของสมองเปลี่ยนแปลงไปหรือการเปลี่ยนแปลงทางรางกาย มีผลกระทบตอสมอง ความผิดปกติตางๆ ทางสมองไมไดหมายถึงโรคใดโรคหนึ่ง แตเปนกลุมอาการที่เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ
แนวทางการรักษา วิธีการรักษาขึ้นอยูกับสาเหตุของอาการ โดยทั่วไ ปทำไ ดดังนี้
การจัดการกับ ความเจ็บปวด
การปรับเปลี่ยน โภชนาการ
ยาเพื่อใหหยุดชักหรือลดระดับ แอมโมเนียในรางกาย
01
02
03
การรับประทานอาหารเสริม
งดยาที่ รับประทานอยู
การฟอกไตหรือ การปลูกถายอวัยวะ ที่ทำใหเกิดปญหา เชน ตับหรือไต
04
05
06
การปองกัน
โรคความผิดปกติทางสมองบางชนิดอาจปองกันไดบาง เชน โรคสมองจากโรคตับ แตบางโรคอาจเกิดจากกรรมพันธุ ทำใหปองกันไ มไ ด การปรับเปลี่ยนการใชชีวิต อาจชวยลดความเสี่ยงในการเกิดโรค โดยทำไดดังนี้
ระวังไมใหเกิดการ บาดเจ็บทางสมอง
ลดการสัมผัสกับ สารพิษตางๆ
งดสูบบุหรี่ ไมดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอลมากเกินไป
01
02
03
ออกกำลังกาย อยางสม่ำเสมอ
รักษาน้ำหนักตัว ใหเหมาะสม
รับประทานอาหาร ที่มีประโยชนตอสุขภาพ
04
05
06
ภาวะโพรงสมองคั่งน้ำ (hydrocephalus) ภาวะที่สมองมีการดูดซึมน้ำที่ผิดปกติ ทำใหมีน้ำเลี้ยงสมอง และไขสันหลังคั่งและดันใหโพรงสมองมีขนาดใหญขึ้น สงผลใหการทำงานของสมองผิดปกติ โดยทั่วไปรักษาไดโดยการผาตัดฝงอุปกรณทอระบายน้ำซึ่งมีลิ้นเปดปด (shunt) เพื่อระบายของเหลวจากโพรงสมองหรือโพรงระดับสันหลังไปยังอวัยวะสวนอื่น ของรางกายที่สามารถดูดซึมน้ำได เชน เยื่อบุชองทอง (peritoneum) ที่สามารถดูดซึมน้ำในรางกายไดอยางปลอดภัย แนวทางการรักษา การปองกัน เปนโรคที่ไมสามารถปองกันไดเต็มที่ แตอาจลดความเสี่ยงของโรคไดดังนี้
01
02
03
04
สวมหมวกนิรภัย ขณะเลนกีฬาหรือ
ตรวจรางกาย อยางสม่ำเสมอ เพื่อรักษาโรค ไดอยางทันทวงที
ฝากครรภเมื่อรูวา ตั้งครรภทันที เพื่อลดความเสี่ยง
ปองกันการติดเชื้อ เชน ฉีดวัคซีน ปองกันโรค และการติดเชื้อ ตามคำแนะนำ ของแพทย
ทำกิจกรรมที่ อาจทำใหเกิด การบาดเจ็บ ของศีรษะ
ในการคลอด ก อนกำหนด
ที่อาจทำใหทารก มีโอกาสเกิดภาวะ โพรงสมองคั่งน้ำ
สมองเสื่อม เปนภาวะที่สมองมีการทำงานแยลงจนสงผลตอชีวิตประจำวัน ประกอบดวยกลุมอาการ หลายๆ อยางรวมกัน เชน หลงลืมงาย คิดเงินไมถูก หาของไมเจอ หลงทางในที่คุนเคย มีพฤติกรรมแปลกๆ เปนตน
แนวทางการรักษา
แพทยจะพิจารณาเลือกแนวทางการรักษาโดยพิจารณาจากหลายปจจัย อาทิ อาการของผูปวย ตำแหนงของเนื้องอก และขนาดของเนื้องอก
01
02
รักษาตามสาเหตุ หากสรุปวาเปนโรคอัลไซเมอร การรักษาแบบประคับประคองโดยการใชยาและ การไมใชยา มีสวนสำคัญอยางมากในการเพิ่ม คุณภาพชีวิตทั้งผูปวยและญาติ รวมถึงการคุย ปรึกษากับแพทยยังสามารถทำใหผูดูแลรับมือ กับอาการตางๆ ไ ดอยางเหมาะสม
รักษาโดยใชเครื่องมือ ชวยกระตุนหรือฝ£กสมอง ที่เริ่มเสื่อม (cognitive training)
การปองกัน
เปนโรคที่ไมสามารถปองกันไดเต็มที่และยังไมสามารถรักษาใหหายขาดได
พักผอนใหเพียงพอ
รับประทานอาหารแบบเมดิเตอรเรเนียน ประกอบดวยผักสด ผลไม ถั่ว ปลา น้ำมันโอลีฟ ธัญพืชเต็มเมล็ด และรับประทานเนื้อแดงไดเปนครั้งคราว
ทำกิจกรรมที่ กระตุนสมอง เชน เรียนรูสิ่งใหมๆ
ดื่มน้ำใหเพียงพอ กับความตองการ ของรางกาย
เขาสังคม พบปะเพื่อนหรือ ญาติบ อยๆ
ออกกำลังกายดวย ความหนักปานกลาง อยางนอย 3-4 ครั้ง ต อสัปดาห
โรคพารกินสัน เปนโรคที่เกิดจากความเสื่อมของเซลลสมอง โดยเฉพาะสวนที่สรางโดพามีน (dopami ne) ทำใหโดพามีนมีปริมาณนอยลง จึงสงผลใหเกิดความผิดปกติของการเคลื่อนไหว
ยังไมมีการรักษาโรคพารกินสันใหหายขาดหรือหยุดยั้งการดำเนินของโรคได วิธีการรักษาที่ใชโดยทั่วไปมีดังนี้ แนวทางการรักษา
การรักษาดวยยาตามอาการ โดยใชยาที่ออกฤทธิ์ที่ระบบโดพามีน
การรักษาโดยการผาตัด กระตุนสมองสวนลึก (deep brain stimulation)
02
01
การปองกัน
เปนโรคที่ไมสามารถปองกันไดเต็มที่แตอาจลดความเสี่ยงไดโดย การออกกำลังกายอยางสม่ำเสมอและรับประทานอาหารที่มีประโยชน หาก เปนโรคพารกินสันแลว นอกจากพบแพทย เพื่อรับการรักษาแ ลว สามารถชะลอการดำเนินของโรคไดดวยการออกกำลังกายหลายรูปแบบ เชน การออกกำลังกายเพื่อเสริมการทรงตัว (balance training)
การฝ£กความแข็งแรงของกลามเนื้อ (strength training) การออกกำลังกายแบบแอโรบิค (aerobic exercise) และการออกกำลังกายเพื่อพัฒนากลามเนื้อแตละสวน ใหสามารถทำงานรวมกันไดอยางมีประสิทธิภาพ (functional activities)
ทีมสหสาขาวิชาชีพ ระบบประสาท ทีมสหสาขาวิชาชีพระบบประสาท บำรุงราษฎรประกอบดวย ทีมแพทยเฉพาะทางระบบประสาท และระบบที่เกี่ยวของทุกสาขา และทีมสหสาขาวิชาชีพอื่นๆ ที่มีความชำนาญและ ไดรับการฝ£กอบรมเพื่อวินิจฉัยและจัดการโรคทางระบบประสาทที่ซับซอนและรายแรง ทีมของเราพรอมใหการดูแลรักษาขั้นตติยภูมิ (Tertiary care) และขั้นจตุตถภูมิ (Quaternary Care) แกผูปวยอยางเต็มความสามารถ ดวยความเอื้ออาทร ตลอด 24 ชั่วโมง บุคลากรของเราประกอบดวย
แพทย รังสี ร วมรักษา ระบบประสาท
แพทยผูชำนาญดาน ระบบประสาทวิกฤต ที่ผานหลักสูตรและสำเร็จ เปนผูชำนาญเวชบำบัด วิกฤตดานระบบประสาท จากสหรัฐอเมริกา
แพทย ระบบ ประสาท และสมอง
ศัลยแพทย ระบบประสาท และสมอง
ศัลยแพทย ดานกระดูก สันหลัง
แพทย โรค หู คอ จมูก
แพทย เวชศาสตร ฟ¡นฟู
นัก โภชนาการ
พยาบาลที่ไดรับ การฝ£กอบรม ในการดูแลผูปวย ภาวะวิกฤตดาน ระบบประสาท และสมอง
พยาบาล ผูประสานงาน ดานคลินิก โรคทางระบบ ประสาท และสมอง
ทีมนักกายภาพ บำบัดและนัก กิจกรรมบำบัด ที่ชำนาญในการ ฟ¡นฟูและบำบัด ผูปวยที่มีความ ผิดปกติของ ระบบประสาท และสมอง
นักบำบัด ปญหา การพูด
เภสัชกร ผูชำนาญโรค ผูปวยหนัก ดานระบบ ประสาท และสมอง
เทคโนโลยีและอุปกรณ ทางการแพทยที่ทันสมัย
01
เครื่องตรวจการไหลเวียนของเลือดของหลอดเลือดแดงในสมอง (TCD: Transcranial Doppler) เพื่อประเมินความเสี่ยง ในการเกิดภาวะหลอดเลือดสมองอุดตัน และการหดตัว อยางผิดปกติของหลอดเลือด (Vasospasm)
03
02
เครื่องตรวจคลื่นไฟฟาสมอง (EEG: Electroencephalography)
เครื่องกระตุนสมองและระบบประสาท ดวยคลื่นแมเหล็กไฟฟา (TMS: Transcranial Magnetic Stimulation)
05
04
เครื่องตรวจเอกซเรยคอมพิวเตอร (CT Scan)
เครื่องตรวจดวยคลื่นแมเหล็กไฟฟา (MRI: Magnetic Resonance Imaging)
หองผาตัด และ หองพักผูปวยหนัก
0°